Copy มาจากคุณ Rugal บอร์ด บากะเนะ นะ และของคุณ Yui Horie บอร์ดประมูล

ว่าด้วยเรื่องของโอตากุ

คำว่า โอตาคุ เป็นคำนาม คำๆ นี้แต่เดิมมันแปลว่า บ้าน ครับ
ทีนี้เราลองมองดูใครสักคน ไม่ยอมสุงสิงกับใคร ปฏิเสธการออกไปข้างนอกถ้าไม่จำเป็น เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับสิ่งที่ตัวเองชอบอยู่กับบ้าน นั่นล่ะครับคือความหมายในวงการของโอตากุล่ะ มันแปลว่า พวกคลั่งไคล้อะไรสักอย่างแบบสุดๆ จนอยู่กับบ้านเพื่อสิ่งนั้นไงครับ คนเล่นเกมรุ่นเก่าๆ เคยได้ยินคำว่า พวกเฝ้าบ้าน ที่หมายถึงคนที่ไม่ยอมทำอะไรอย่างอื่นนอกจากเอาแต่นั่งอยู่กับที่แล้วรอสวนกลับไหมครับ นั่นล่ะความหมายเดียวกันเลย
ในกรณีนี้ผมจะยกตัวอย่างคำว่า Lolicon (Lolicom) เดิมมาจากคำว่า Lolita Complex เป็นอาการทางจิตชนิดหนึ่งที่ผู้เป็นมักจะเจาะจง "ชอบสาวรุ่นลูกเท่านั้น" เดิมคำนี้เป็นศัพท์บัญญัติโดย ซิกมันด์ ฟรอยด์ มีต้นกำเนิดมาจากนิยาย Lolita ที่โด่งดังและมีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักของชายวัยกลางคนกับเด็กสาวที่เป็นลูกของเพื่อน
ถามว่ามันกลายมาเป็นคำว่า Lolicon (Lolicom) ได้ยังไง คืออย่างนี้ครับ คนญี่ปุ่นมักใช้การเปลี่ยนแปลงศัพท์ของต่างประเทศให้มาเป็นของตนเอง เหมือนคำว่า Personal Computer ที่กลายมาเป็นคำว่า Perscom (ปาโซคอม) ใน Chobits ไงครับ
คำนี้เลยกลายเป็นว่า พวกชอบเด็กสาวน่ารักๆ ตัวเล็กๆ อายุไม่เกิน 11 ขวบครับ พูดให้ถูกก็คือ มันเป็นศัพท์แสลงเฉพาะกลุ่มเท่านั้น คนกลุ่มอื่นมาได้ยินอาจเกาหัวแกรกๆ แล้วก็ไม่สนใจอะไรก็เป็นได้

...กลับมาเรื่องของ Otaku คำๆ นี้ก็ประสบกับชะตากรรมเช่นเดียวกัน คือ กลายเป็นศัพท์แสลงเฉพาะกลุ่มไป ในกรณีทั่วๆ ไป มันจะหมายความว่า พวกบ้าการ์ตูน ครับ ในประเทศไทยนั้นคำๆ นี้มีความหมายเท่านี้จริงๆ โอตากุนั้นที่จริงมันหมายถึง ผู้คลั่งไคล้อะไรสักอย่างแบบสุดๆ เท่านั้นล่ะครับ เช่น คุณคลั่งหมากรุกญี่ปุ่น คลั่งดารา บ้างาน คลั่งเกม หรืออะไรก็ตามที่ทำให้คุณหมดความสนใจในชีวิตแล้วเอาแต่เก็บตัวอยู่กับบ้าน สิ่งเหล่านี้เรืยกว่า โอตากุ ทั้งนั้นครับ

...แต่สำหรับวงการในญี่ปุ่นมันมีอะไรมากกว่านี้ครับ เรื่องจากนี้ไปอาจฟังดูรุนแรงสักหน่อยนะครับ แต่ผมจำเป็นต้องพูดเพื่อสาระของเนื้อหา
เราต้องไม่ลืมว่าโอตากุที่มีอาการหนักมากๆ นั้นเกิดจากอะไรนะครับ คำตอบคือ การ์ตูนสาวน้อยที่มีความน่ารักเป็นจุดขาย หรือเกมจีบสาวที่มีการโต้ตอบระหว่างผู้เล่นแบบเสมือนจริง เราต้องไม่ลืมว่า วรรณกรรม (คือมันก็ครือๆ กันล่ะ) นั้นเป็นภาพสะท้อนของสังคม สังคมญี่ปุ่นในปัจจุบันนั้นเป็นสังคมที่มีแต่ งาน งาน งาน ขาดการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเพศตรงข้าม (นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมญี่ปุ่นถึงปล่อยให้จำหน่ายสื่อลามกได้อย่างถูกกฎหมาบ ขอแค่เซนเซอร์ "เจ้านั่น" ทิ้งไปเท่านั้น - ก็เพื่อเป็นตัวปลดปล่อยแรงขับทางเพศของสังคมญี่ปุ่น ) ดังนั้นผู้คนบางคนจึงอาจจะเก็บกดและต้องการหาทางออก บางคนก็ไม่ได้หล่ออะไร จึงขาดความมั่นใจในการคุยกับเพศตรงข้าม หรือไม่ก็ไม่มีจุดเด่นสักอย่าง จึงสามารถใช้สิ่งเหล่านี้เป็นที่ปลดปล่อยได้ เคยสังเกตไหมครับว่าตัวเอกเกมจำพวกนี้หรือแม้แต่การ์ตูนดังเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับหอพักและเด็กซิ่ว มักเป็นเด็กหนุ่ม 17-20 ที่ไม่มีจุดเด่นอะไรสักอย่างเหมือนกัน หัวไม่ดี สอบไม่ติด บลาๆ ถามว่าเป็นไปเพื่ออะไรนอกจากกลุมเป้าหมายที่ทางผู้เขียนหรือผู้ผลิตต้องการจะเจาะแล้ว...
...ก็เพื่อให้สวมบทบาทลงไปง่ายๆ ไงครับ
ถ้าพระเอกเด่นหมดมันก็ไม่มีทางเป็นเราไปได้น่ะซี...
สำหรับคนทั่วไปที่ไม่มีปัญหาอะไรมาเล่นมันก็ไม่มีอะไร เล่นเสร็จแล้วก็ผ่านไปเท่านั้น แต่ถ้าคนที่มาเล่นนั้นเป็นคนที่ไม่อะไรในชีวิตเลยสักอย่างล่ะครับ ถ้าไม่ใช่ว่าแฟนก็ไม่มี ก็อาจไม่หล่อ ไม่อ้วนตุ๊ต๊ะก็ไม่มีจุดเด่นให้พอเป็นที่สนใจของเพศตรงข้ามเลย มีดีก็แต่การเรียนไม่ก็เพียงเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรืออาจไม่มีเลย...
...สุดท้ายสิ่งที่เขาต้องพึ่ง คือ จินตนาการ เขาสามารถเป็นหนึ่งได้ในโลกแห่งนี้ มีแฟนน่ารักได้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาต้องการมันเป็นจริงได้ ณ ที่แห่งนี้ แล้วเขาจะสนโลกแห่งความจริงไปไย ดังนั้นสิ่งที่เรามีก็คือที่แห่งนี้เท่านั้น เขาจึงละทิ้งโลกภายนอก สภาพกาย และอุทิศตัวแด่โลกแห่งความฝันที่อยู่ตรงหน้านั้นแทน... หรือบางทีอาจข้ามขั้นเอาสิ่งที่ว่ามาปฏิบัติในโลกแห่งความเป็นจริงด้วย คล้ายกับแนวทางของลัทธิแบบหนึ่งจะยกตัวอย่างให้ฟังนะครับ ::

ใครที่เคยอ่านเรื่องล้างเดนทรชน จะมีตอนนึงที่กล่าวถึงคดีเด็กหญิง A ครับ จำได้ไหมเอ่ย ถ้าใครไม่เคยอ่าน มันจะเกี่ยวกับที่มีเด็กชายคนหนึ่งคลั่งไคล้สิ่งที่เรียกว่าหญิง A มากจนเกินขนาดครับ
เรื่องมันเริ่มที่ว่ามีคนพบเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเดินเปล่าเปลือยมีเลือดเกรอะกรังอยู่บนถนน ก็เลยแจ้งตำรวจ จับตัวมาสอบถามก็ได้ความว่า ไม่รู้ชื่อตัวเอง อยู่กับแม่ และหลังจากที่ไปค้นบ้านของเด็กคนนี้ก็พบที่ๆ รกกว่าส้วม ไม่น่าจะมีคนอาศัยอยู่ได้ และ... มีหัวกระโหลกคนอยู่ในตู้เย็นพร้อมสุนัขอีก 1 ตัวนอนอยู่ข้างๆ
 
"หนูเป็นคนเอาไปให้มันกินเองแหละ เพราะแม่เน่าไปเรื่อยๆ ไม่รู้จะทำยังไงดี"
"นี่ หนูจะต้องถูกประหารใช่ไหม"
"ถ้ารู้ว่าจะเป็นอย่างนี้ ออกมาเดินข้างนอกก็จะดีหรอก..."
 
ทางตำรวจใช้สายตากะเกณฑ์ดูก็พบว่าเด็กผู้หญิงคนนี้ไม่น่าจะมีอายุเกิน 14 ปี และพยายามปิดบังข่าวกับสื่อมวลชนอย่างเต็มที่ แต่มันกลับกลายเป็นว่า เป็นการปล่อยให้สื่อมวลชนเอาไปตีความกันต่างๆ นาๆ
 
...และไม่นานก็มีพวกคลั่งไคล้หญิง A อย่างรุนแรงเกิดขึ้น รวมทั้งมีคนแอบอ้างตั้งเวบไซด์หญิง เอ กลายเป็นกระแสทางสังคมอีก มีการเลียนแบบปรากฏไปทั่ว
...จะเห็นได้ว่าอิทธิพลของสื่อนี่มันช่างยิ่งใหญ่เสียจริงๆ
 
ไม่นานก็มีเด็กชายคนหนึ่งที่ไม่มีอะไรในชีวิตเริ่มคลั่งไคล้หญิง เอ เริ่มที่เขาแช็ทติดต่อตัวปลอมผ่านทางเว็บไซท์ที่ความจริงเป็นนักข่าวที่ต้องการปลุกกระแสหาเรื่องหญิง เอ มาเขียน
 
A: "แม่เน่าไปเรื่อยๆ ฉันไม่ได้ผิดสักหน่อย"
A: "ถ้าเวลาหยุดอยู่ได้ก็คงดี"
ชาย: "งั้นฉันจะลองเห็น เห็นในสิ่งที่เธอเห็นอยู่"
 
ประจวบกับก่อนหน้านั้นมีนิตยาสารฉบับหนึ่งตีพิมพ์ข้อความโจมตีหญิง เอ อย่างรุนแรง เด็กชายคนนี้จึงตัดสินใจฆ่าเจ้าของนิตยาสารนั่น แล้วเขียนข้อความ A ด้วยเลือด
 
กลายเป็นคดีฆาตกรรม เอ
 
ต่อมาเขาก็เล่นงานคนเขียนบทความโจมตีหญิง เอ คราวนี้ดูมีแบบแผนขึ้นมาก จนตำรวจเริ่มแน่ใจว่าฆาตกรเป็นคนเดียวกัน
 
ขณะนี้เด็กชายคนนี้เห็นทุกสิ่งทุกอย่าง "หยุดอยู่กับที่" จริงๆ เขาได้เข้าสู่โลกแห่งหญิง เอ อย่างเต็มที่ เขาเริ่มโดดเรียน ไม่สนใจสิ่งรอบตัว เพียงเพื่อให้เข้าใจในสิ่งที่เรียกว่าหญิง เอ อย่างเต็มที่ แม้แต่พ่อของเขายังเริ่มสงสัยเพราะเห็นลูกอ่านนิตยาสารแปลกๆ และเห็นเพดานห้องของลูกตัวเองที่เขียนตัวอักษร A ไว้เต็มฝ้าเพดาน!
 
แต่ไม่นานเด็กชายก็ค้นพบความจริงว่าหญิง เอ ที่เขาติดต่อเป็นเพียงตัวปลอม จึงขอนัดพบเพื่อที่จะฆ่าเสีย เพราะหญิง เอ เป็นของเขาเพียงคนเดียว แต่กลับถูกซ้อนแผนถ่ายรูปเอาไว้ได้ เอามาลงนิตยาสารเป็น "โฉมหน้าของฆาตกร เอ" ต่อมาพ่อของเขาก็เริ่มประสาทและถูกพระเอกยิงตายเนื่องจากเข้าใจผิดคิดว่าเป็นฆาตกร เอ และจะเข้ามาทำร้าย
 
เด็กชายคนนั้นกลับมาโรงเรียนอย่างเป็นปกติสุข แต่คนส่วนมากรู้เสียแล้วว่าเขาคือฆาตกรเอ จากนิตยาสารที่ว่า
 
"งั้นหรือครับ งั้นผมขอเลิกเรียนครับ"
 
ไม่นานก็มีหญิงคนหนึ่งวิ่งมาด้วยท่าทางตื่นกลัวเต็มที่ เหมือนกับเพิ่งเห็นอะไรที่น่ากลัวมาอย่างสุดชีวิต
"ที่... ที่หลังโรงเรียน อ๊า!"
"ใจเย็นๆ สิ เป็นอะไรไป"
 
"อ๋อ นั่นเหรอ ฝีมือผมเองแหละ"
 
"ก็ผมไม่มีชุดนักเรียนใส่นี่"
ที่หลังโรงเรียนมีศพของเด็กชายคนหนึ่ง สภาพศพถูกแทงที่ท้องถูกทิ้งเอาไว้ เลือดไหลนองแห้งกรัง
 
เด็กชายยิ้มละไมที่มุมปากอย่างพึงพอใจที่สุด...
 
สุดท้ายหญิง เอ ก็คือลูกนอกสมรส อยู่กับแม่ 2 คนแต่ปิดเอาไว้จนเพื่อนบ้านไม่รู้ ไม่เคยได้รับการศึกษา ต่อมาคนแม่หัวใจวายตาย คนลูกไม่รู้จะทำอย่างไรดีเพราะไม่เคยเรียนหนังสือ ปล่อยไว้นานศพก็เริ่มเน่า เลยเอาศพไปให้สุนัขกิน และออกมาเดินข้างนอกจนถูกจับ
 
มันก็เท่านั้น
 
ตรงนี้เป็นแค่การ์ตูนนะครับ แต่ผมคิดว่าสามารถบรรยายถึงพวกที่มีอาการคลังไคล้อย่างรุนแรงได้ดีทีเดียว มันเหมือนกับลัทธิ คนที่มีอาการขั้นนี้จะไม่รู้สึกผิดใดๆ ทั้งนั้น เพราะเขาทำตามความเชื่อของตยเอง
 
โอตากุในขั้นที่ไม่หนักมากก็ไม่เท่าไร ขั้นต่อมาก็คือพวกที่เริ่มปล่อยเนื้อปล่อยตัว คบหาแต่พวกเดียวกัน ดูแต่การ์ตูน ตรงนี้ไม่เสียหายอะไรครับ แต่ขั้นต่อมาอีกก็คือพวกที่ไม่รู้อะไรอีกต่อไป อยู่ในความจริงเสมือนอย่างที่ผมได้กล่าวไว้ จำได้ไหมครับเรื่องของโอตากุคนที่จับเอาเด็กผู้หญิงน่ารักมาแต่งเป็น ซากุระจังจาก CCS และก็ทรมานจนตายน่ะ หรือไม่ก็กรณีดัง -นายท่าน- ที่เพิ่งผ่านมาหมาดๆ ตรงนั้นเขาไม่รู้สึกผิดอะไรหรอกครับเพราะนั่นเป็นความปราถนาและความเชื่อ เป็นศรัทธาของเขา สำหรับตัวผมเองผมเคยเห็นคนที่ใช้ชีวิตกับตุ๊กตายางมาแล้วนะครับ ผมไม่อาจเอ่ยคำใดๆ ได้นอกจาก "สงสาร" คนที่มีอาการขั้นนี้ พูดได้อย่างเต็มที่ว่าพวกนี้เป็นไปโดยสิ้นเชิงแล้ว และก็เป็นเพราะคนพวกนี้แหละที่ทำให้คำว่าโอตากุมันมีความหมายไปในทางเลวลง โอตากุดีๆ ก็ยังมีอยู่เยอะนะครับ สำหรับในประเทศไทยผมยังไม่เคยเห็นโอตากุที่มีอาการ "ขั้นนั้น" ครับ แต่ในอนาคตน่ะไม่แน่เพราะอย่างน้อยเราก็ได้เห็นตัวอย่างมาแล้วในเรื่องของเกมออนไลน์ ใช่ครับ มันไม่ได้เลวร้ายไปเสียทั้งหมด แต่มันได้แสดงให้เห็นว่า ในตอนนี้บางส่วนนั้น สถาบันครอบครัวและความเชื่อได้อ่อนแอลงไปเพียงไร

พูดง่ายๆ คือ การ์ตูนเป็น "สิ่งยึดเหนี่ยว" ของพวกเขาไงครับ ด้วยศร้ทธาที่มุ่งมั่นประจวบกับความคิดของตัวเอง ทำให้เขาไม่รู้สึกผิดอะไรกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไปทั้งนั้น
 
อุตสาหกรรมการ์ตูนนั้นปัจจุบันเป็นธุรกิจที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากนอกจากการลงทุนบุคลากรที่มีความคิดสร้างสรรค์ บวกกับการตลาดและการเจาะกลุ่มเป้าหมายที่ดีแล้ว อย่างอื่นก็ไม่จำเป็นเท่าไร บวกกับสภาพสังคมในปัจจุบัน เหล่านี้ทำให้ทางผู้ผลิตสามารถสร้างการ์ตูนสาวน้อยออกมาเจาะกลุ่มกันได้อย่างต่อเนื่อง ตรงนี้มองดูก็ไม่มีอะไรหรอก แต่นั่นอาจหมายถึงการที่จะทำให้มีกลุ่มคนขั้น "คลั่งไคล้อย่างรุนแรง" เพิ่มขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ และมันก็ดูท่าจะเป็นจริงด้วยสิ สังเกตจากงานการ์ตูนที่มีถี่ขึ้นๆ ที่ญี่ปุ่นและจำนวนคนที่เข้าไปร่วมในแต่ละปี ผมเองก็ไปเหมือนกันแต่นานๆ ครั้ง และก็คอยสังเกตกลุ่มคนพวกนี้ทุกปี
คุณหลงรักการ์ตูน แต่แน่นอนว่า มันคือนามธรรม แล้วคนเราเมื่อมีความอยากมากๆ ก็ต้องการการปลดปล่อย ถามว่า จะปลดปล่อยที่ไหน
เมื่อมีอุปสงค์ มันก็ต้องมีอุปทาน สังเกตสินค้าที่เกี่ยวกับการ์ตูนเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่ออกมาวางขายอย่างไม่มีวันจบวันสิ้นไหมครับ นั่นเป็นเพราะว่าลูกค้าที่ชื่นชอบยังคงต้องการในสิ่งที่ว่าอยู่และต้องการการปลดปล่อย เราก็ออกสินค้ามาเพื่อบำบัดความต้องการไงครับ สังเกตได้ว่าการ์ตูนบางเรื่องจะยาวมากชนิดไม่มีจบ เพราะจบไม่ได้ จบไปแฟนๆ ก็จะคลั่ง ของก็จะออกไม่ได้ เป็นสาเหตุทำให้การ์ตูนบางเรื่องที่จบไปแล้วต้องเอามาเขียนใหม่เพราะการ์ดจากการ์ตูนที่ว่ายังขายได้
ก็เพราะมันมีอุปสงค์ มันย่อมต้องมีอุปทาน
แต่กับการ์ตูนสาวน้อยนั้นไม่อาจจะทำให้มันยืดยางอย่างนั้นได้ จะทำไงดี
ก็ออกเรื่องใหม่ไง มีตัวละครเยอะๆ เอามันทุกแนว บางเรื่องมีเป็นสิบ ดึงดูดแฟนๆ ให้เยอะๆ ขายสินค้าให้ได้มากๆ ออกมาให้มันหลายๆ แนว แต่สุดท้ายเรื่องมันก็ต้องจบอยู่ดี ตรงนี้ไม่ได้จำกัดแค่การ์ตูนสาวน้อยนะครับ ตัวอย่างที่ดีก็คือการ์ตูนบางเรื่องที่ยังไงก็จบไม่ลงอยู่ในตอนนี้ เพราะแฟนๆ ไม่ยอมให้จบ แถมยังได้รับความผลโหวตคะแนนนิยมแบบท่วมท้นจากทุกนิตยาสารในญี่ปุ่นเลยด้วย
เอ้า ยืดไม่ได้เสียแล้ว จบก็ได้ ของก็นานๆ ครั้งออกก็ได้ เอาเป็นแบบครบรอบก็ยังดี แต่สักวันมันก็ต้องหยุดออกอยู่ดี
 
ไม่เป็นไร คิดเรื่องใหม่ออกมาแทนก็แล้วกัน แล้วพอฮิตก็วางแปลนสินค้าเอาใหม่
 
นี่ล่ะครับ คืออุตสาหกรรมการ์ตูน ทำรายได้แบบสุดมหาศาล การขายไอเดียแบบนี้ให้กำไรกระฉูดเลยนะครับถ้าประสบความสำเร็จ
 
สำหรับผู้ที่ขาดความมั่นใจในชีวิต ผมกล้ายืนยันเลยนะครับว่า ความหล่อไม่ใช่สิ่งสำคัญสำหรับผู้หญิงครับ ความดีและความจริงใจต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญ ผมยังทำได้เลย ดูสิ คุณก็ต้องทำได้สิครับ ถ้าท่านยังไม่พร้อมจะมีแฟนก็พยายามหาสิ่งยึดเหนื่ยวอย่างอื่นครับ ไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ ศาสนา อย่าลืมว่าเราอาจรักการ์ตูน แต่การ์ตูนน่ะน่ะ "ไม่เคย" รักเราตอบหรอกนะครับ เพราะแท้จริงแล้วมันเป็นนามธรรม เราสามารถชื่นชอบในสิ่งนั้นได้ แต่อย่า ได้ลุ่มหลงจนลืมสิ่งรอบข้างนะครับ คนเรานั้นเป็น!สังคม จำเป็นต้องมีสิ่งยึดเหนี่ยวในชีวิต เราต้องการที่จะเป็นที่ยอมรับ และถูกรัก...
 
...แต่เราต้องไม่ลืมว่าการมีชีวิตที่มีความสุข การอุทิศตัวปฏิบัติหน้าที่แด่ผู้ที่เรารักนั่นล่ะคือความสุขที่สุดและเป็นเป้าหมายในการมีชีวิตของคนเรา
 
เพราะสิ่งที่ตนเราต้องการนั้นแท้จริงคือต้องการมีรัก และถูกรัก เพื่อเป็นแรงใจในการมีชีวิตอยู่ต่อไป

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

"วิจารณญาณ" เป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการบริโภคเกม-อนิเม-การ์ตูนจ้า ^^

#1 By ดุกดุ๋ย on 2005-05-18 22:35

ถ้าคลั่งถึงขนาดนั้นก็น่าสมเพชละ
การ์ตูนมี "ผู้สร้าง"
และผู้สร้างก็เป็นมนุษย์อย่างเราๆ
ทำไมเราต้องไปบูชาการ์ตูนมันนักด้วยล่ะ
ทำอย่างกับเราเป็นสาวกเขางั้นแหละ
-จบ-

#2 By P.S. on 2005-05-18 22:42

น่ากลัวจิงๆ เพื่อนผมก็มีเข้าข่ายแนวนี้มากๆอยู่หลายคนเลยแหละ
หัวข้อเครียดใช้ได้เลย

คำว่าการ์ตูนไม่เคยรักเรานี่ ฟังละโหดร้ายดีนะ

แทนที่จะเสียเวลาไปนั่งจินตนาการ จัดชีวิตในเกมส์หรือในความฝันให้ดี เอาเวลามาทำชีวิตตัวเองให้ดีจริงๆไม่ดีกว่าเรอะ
จะดีกว่ามั้ยถ้าเราอยู่ในชีวิตจริงแบบที่เราต้องการ

living a surreal life...


#4 By * Night Wanderer * on 2005-05-19 03:36

ผมก็เป็นโคตาขุ คนหนึ่งนะครับ เหอๆ

#5 By ทากน้อย on 2005-05-19 10:10

ไม่รูสิ มันขึ้นอยู่กะความคิดของแต่ละคน คิคิ

#6 By skeczys (61.91.110.167) on 2005-05-19 21:10

เพิ่งรู้ความหมายนะเนี่ย

#7 By ~:MaD-EyE:~ on 2005-05-22 18:00

ถ้าเกินไปก็น่ากลัวนะครับ ว่าไปเพื่อนสนิทผมก็ใกล้เคียงแล้ว

#8 By ฟูจิโมโตะ(เสียบแรมไม่เป็น) (168.120.26.248) on 2005-06-20 16:08

ไม่หล่อไม่สำคัญครับ
ถ้ามีเงินก็หาแฟนได้
แต่ถ้าไม่หล่อ ไม่รวย หุ่นไม่ดี
ก็หาแฟนยากครับ แม้จะหาได้ก็โดยทิ้ง
จิตใจหนะ มันสู้เงินไม่ได้
นั่งยามาฮ่ากันมาดีๆ ทิ้งกันไปกะคนขับเบนช์เฉย
เหตุผลเพราะเราเข้ากันไม่ได้
เจอมาเยอะแล้วครับที่เข้ากับเศษตังในกระเป๋าเราไม่ได้
ทำไงได้ก็เขาต้องการชีวิตที่สบายกว่าหนิ

แต่มีบางคนไม่ทิ้งผมไปไหน แม้ว่าผมจะคบกับหญิงอื่น เธอก็ไม่ว่าผมซักคำ คอยยืนมองดูเป็นกำลังใจให้ผมเวลาผมทำงาน เป็นเพื่อนคุยยามเหงา เศร้า เป็นคนที่รับฟังเราทุกเรื่อง
"ขอบคุณครับเดจิโกะ"

#9 By DeviL (61.90.92.50) on 2005-07-28 00:10

เรื่อง เด็กหญิงเอ โค๊ดน่ากลัวดีแท้ =.='
คคคคววววววววววยยยยยยยยยยย

#11 By ไฟหฟหฟฟห (202.29.8.3) on 2007-11-06 10:33

Oตaคuuจงจaเริญจaoคaa
(อ่านว่าโอตาคุจงเจริญ)

#12 By otago (203.113.101.226) on 2007-11-23 14:08